Pichapong 的个人资料I design my desire; dest...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
I design my desire; destiny is where I go myself[Pong] vir' the pongster 3月23日 ภาพเก่าๆ ในวันที่มีแต่ทะเลใจคืนวาน… หวานเมรัยกล่อมกรุ่นลิ้น องุ่นหมักหอมหวลกรุ่นกลิ่นนาสิก…. ไวน์ บอร์กโดซ์ กับ ไวน์ โปรตุเกส ผงาดประชันความกลมกล่อมซึ่งกันและกัน
ณ ที่แห่งนั้น กลุ่มคนที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทกันกลุ่มหนึ่ง และองค์ชีวิตอื่นๆ ที่ถูกชักพามาให้รู้จักกับกลุ่ม …. ได้จับจองโซฟา สีขาวละเอียด ติดกับชานร้านขอบแม่น้ำ บ้างก็ร่ำเมรัย บ้างก็ดื่มน้ำเปล่า แกล้มกับ กับ กับแกล้ม หมูบ้าง เนื้อบ้าง ไส้กรอกบ้าง ด้วยหวัง ว่าจะขับให้เมรัยสำแดง ตัวตนออกมา….. …………………………………………………………………………………………………..
3 ปีผ่านไป ไม่มีกุ้งแม่น้ำ ไม่มีทอดมัน ไม่มีต้มยำกุ้งอยู่บนโต๊ะ .. โต๊ะรอบข้างไม่มีใคร ชุดโซฟาขาว โดดเดี่ยวในบริบทของมัน มีเพียงกลุ่มเพื่อนสนิทกลุ่มนั้น บนโต๊ะ มีอาหารกับแกล้มประกอบ หมู เนื้อ.. แต่ไม่มีกุ้ง สิ่งสร้างกลิ่น มีเพียงกลิ่นเมรัย และไอยาสูบ
..กลิ่นกุ้งมาจากไหน; กลิ่นหอมหัวใหญ่ กลิ่นตะไคร้ กลิ่นข่า มันมาจากไหน ? รสละเอียดของเนื้อสัตว์น้ำเช่นกุ้ง มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ? ………………………………………………………………………………………….
ผมเหม่อ หลังจาก swirl แก้วไวน์…. ไวน์หกรดจานข้าว สติผมกลับคืนมาอีกครั้ง สัมผัสอันกระด้างของเนื้อที่ลิ้น ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ในภวังค์อีกแล้ว ผมอยู่ที่ Riverbar ในเวลานี้ 3 ปี ถัดมา นับจากครั้งก่อน
ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทของผม และเพื่อนใหม่ โดยการแนะนำของเพื่อนสนิท
Riverbar ในวันนี้ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา บุคลิกของ riverbar จากหนุ่มน้อย ที่มีรักแรก เปลี่ยนเป็นชายหนุ่ม ที่จัดเจนในสังเวียนรัก มีเพียง อารมณ์ของ riverbar เท่านั้น ที่ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ยังคงทุ่มเทความรักทั้งหมดให้แก่ ผู้ที่อยู่กับ “เขา” ในเวลานั้น
เพลงรักถูกขับร้องไปเรื่อยๆ จากนักดนตรีบนเวที จนกระทั่ง การร้องขอให้ร้อง “ทะเลใจ” โดยตัวผม ผมอยากฟังเพลง “ภาพเก่าๆ” แต่เนื่องด้วยหน้าตานักร้อง ไม่น่าโบราณพอที่จะร้องและเล่นเพลงๆ นี้ได้ ผมจึงขอเพลง “ทะเลใจ” แก้เขินไปก่อน 3月12日 ผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ ที่ใกล้ตัววันนี้โดนล้วงกระเป๋าเงิน
จากข้อมูลที่มีอยู่ในสมอง
18.05 ซื้อการ์ตูนที่ข้างบันไดขึ้นรถไฟฟ้าสยาม ........ ควักเงินจากกระเป๋าตังค์จ่าย
18.15 ซื้อตั๋วหนังเรื่อง doubt ที่โรงหลังลิโด้ ...... ควักเงินและบัตรสะสมตราประทับจากกระเป๋าตังค์
18.25 ทานข้าวแกงที่ร้านหนมจีน ชั้น 2 โรงหนังลิโด้ ....... ควักเงินจากกระเป๋าตังค์จ่าย
18.30 เข้าห้องน้ำข้างโรงหนัง
18.32 เข้าโรงหนังลิโด้
20.05 เดินมาที่บันไดทางลงจากที่นั่ง พบว่ากระเป๋าเงินไม่ได้อยู่ในกระเป๋า
20.07 ไปหาดูที่ที่นั่ง ครั้งที่ 1
20.09 ไปหาดูที่ห้องน้ำ
20.12 ไปหาดูที่ที่นั่ง ครั้งที่ 2
20.15 กลับไปที่ร้านหนมจีน ถามหากระเป๋าเงินหายจากเจ้าของร้านและลูกจ้าง ที่คุ้นเคยกัน
20.17 เดินไปหากระเป๋าเงินที่ร้านขายน้ำหน้าโรงหนัง
20.19 เดินไปหากระเป๋าเงินที่ที่ขายตั๋ว
--- ไม่เจอ ----
20.25 - 20.50 โทรระงับบัตรเครดิตและบัตร ATM ทุกใบ
จากข้อมูลข้างต้น
ผมโดนล้วงกระเป๋า ในระยะเวลา 7 นาที ที่หายไป.......... ระหว่างจ่ายเงิน ถึงเวลาที่เข้าโรงหนัง
เศรษฐกิจมันแย่ ต่อให้ไม่ตกงาน แต่ผลกระทบมันเข้ามาโดนผมเต็มๆเสียแล้ว
2月25日 วัยสับสนช่วงที่ 7ดึกแล้ว ข่มตานอนแต่หัวใจรุมเร้า..........บัดนี้เวลาล่วงจากสองยาม จนเป็นยามสอง
สองหนังตาใคร่จะประกบกัน แต่สติยังชัดแจ่มเหมือนว่า เป็นเวลาที่พึ่งตื่นนอน
เหลียวไปทางไหน ก็เจอแต่ความมืดที่เรืองรอง เสมือนเปิดไฟอยู่แต่ไม่เห็นอะไรเลย
.......................มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ปวดหัวมาตั้งแต่เวลางาน จนจะหนีออกมาจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้าน
........................แต่ไม่ได้ทำ
นอนหลับตั้งแต่หัวค่ำ กินยาพาราแก้ปวด หายชะงัก
.........................ตื่นมาก็ยังมึนหัวอยู่ดี
ตื่นมาแล้วนอนไม่หลับ ข่มตานอนไม่ได้ ไม่รู้ทำไม
หรือว่าจะถึงวัยของผม... วัยสับสนช่วงที่ 7 ของชีวิต ที่ภาษาชาวบ้านตากอากาศเรียก "วัยมิดแซยิด"
ถ้าจะไล่เรียง วัยสับสนในแต่ละช่วงของชีวิต อาจจะประมาณคร่าวๆ ได้ดังนี้
1. วัยสับสนช่วงที่ 1 - เมื่อมีอายุขัยได้ 10 เดือน มนุษย์จะลังเลว่า กูจะเดินหรือจะคลานดีวะ
2. วัยสับสนช่วงที่ 2 - เมื่ออายุได้ 5 ขวบ มีเพื่อนต่างเพศ มนุษย์จะสับสนว่า เครื่องเพศบางคนก็หายไปเฉยๆ
3. วัยสับสนช่วงที่ 3 - เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ขนงอกตามที่ต่างๆมากกว่าตอนเด็ก มนุษย์จะสับสนว่า กูจะกลายเป็นลิงหรือเปล่า
4. วัยสับสนช่วงที่ 4 - เมื่ออายุได้ 15 ปี มีแฟนคนแรกๆหรือคนที่ไม่เกิน 10 มนุษย์จะสับสนว่า ชีวิตกูเจอคนที่ใช่แล้ว จริงๆหรือ แต่กูก็รักเค้าที่สุดเลยว่ะ
5. วัยสับสนช่วงที่ 5 - เมื่ออายุได้ 20 ปี เรียนหนังสือในมหาลัย ปีสูงหน่อย มนุษย์จะสับสนว่า เราเลือกเรียนถูกคณะแล้วเหรอ เรียนทำ....ไรกัน
6. วัยสับสนช่วงที่ 6 - เมื่ออายุได้ 25 ปี ทำงานมาสักพักแล้ว เจออะไรต่อมิอะไรมาจะรู้สึกว่า กูเก๋ามาก แต่จริงๆแล้วก็สำเหนียกตัวเองว่า ยังเก๋าไม่จริงอยู่
7. วัยสับสนช่วงที่ 7 - เมื่ออายุได้ 29-30 ปี เรียนจบมาพักนึง ทำงานมาพักนึง แล้วจะพบว่า ความฝันที่เคยมีมันเริ่มห่างออกไป เราอยู่ในโลกแห่งความจริงมากขึ้น และยังอยากทำตามความ ฝันนั้น แต่ก็หมดไฟที่จะทำมันแล้ว
ผมอยากเป็น doctor เพื่อที่จะสามารถด่าพวก doctor และอาจารย์ได้เต็มปากเต็มคำในฐานะที่วิทยฐานะเท่าเทียมกัน
แต่ผมจบโทมาสามปีกว่าแล้ว และยังเขียน proposal เรียน phd ไม่เสร็จเลย
ผมอยากมีเงินเก็บเกินหนึ่งล้านเมื่ออายุ 27 แต่กลับพบว่า มีหนี้หลายแสนเมื่ออายุ 28
ผมอยากทำนู่น อยากทำนี่ แต่ได้ทำนั่นบ้าง โน่นบ้าง แต่ไม่มีอะไรก้าวไปจนถึงจุดที่เรียกว่าพอใจสักที
เคยมีกิจการของตัวเอง 3 แห่ง แต่ก็เลิกดำเนินการทั้ง 3 แห่ง
ผมอยากมีชื่อเสียง ไม่ว่าจะทางดีหรือทางไม่ดี แต่ผมก็ยังไม่มีชื่อเสียง
ผมอยากประสบความสำเร็จ และเกษียนตัวเองออกจากโลกเมื่อถึงวัยที่เป็นผู้ใหญ่
แต่ผมยังไม่ประสบอะไรเลย ชีวิตยังไม่ทันเริ่มต้น เมื่อไหร่ถึงจะได้เกษียน
อยากตายโดยมีความสุข แต่เมื่อสิ่งที่รายล้อมทำให้เรามองเป็นทุกข์อยู่
ดังนั้นก็ไม่มีทางตายโดยมีความสุขได้เลย........
ไม่จริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง............. กูสับสนอีกแล้ว 2月10日 Death Goddess.... Miserable Photographer
Through a view finder... I 'd seen some falling leaves while swirling wind blew. The darkness stepped on-ward slowly Quiet plain pathway was covering by the darken light
Time by times - FIVE BY SIXs - moving forward A clock will never go backward Every further moves are usual
Through a monitor screen It seems picture is shot perfectly, but neither get close to my perfection, nor my satifaction
Through my notebook monitor Only feeling of mine is about how less I could tell anything about lonely.
Tough and mild, lightness and darkness, or anything I could not pretend to say anything about what I feel I stuck to this........... Since Monday!!!!!!!!1 1月31日 ยิ่งกว่าฝัน"02:34": - ฉันตื่นขึ้นมาในยามดึก ไฟในห้องนอนยังไม่ได้ปิด นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลา "02:34 a.m" "02:35": - ฉันใช้สายตาสำรวจรอบๆ ก็พบว่าเป็นห้องนอนของตัวเอง เมื่อไล้สายตาจากระยะห่างเข้ามาประชิดเรื่อยๆ จึงพบว่า ตัวฉันยังอยู่ในชุดทำงาน ซึ่งไม่ได้เป็นชุดที่ใส่ไปทำงานเมื่อเช้า ฉันนั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆ อยู่บนเตียงสักพักนึง "02:40": - ฉันพยายามจะลุกจากเตียงเพื่อไปหาน้ำทาน ... "02:41": - ความพยายามของฉันก็สำริดผล ฉันลุกขึ้นยืนได้อย่างทุลักทุเล เนื่องด้วยความรู้สึกในหัวของฉันยังมึนงงอยู่ "02:43": - ฉันเดินออกจากห้องนอน ไปตามทางเดิน จนกระทั่งถึงตู้เย็น "02:44": - ลิ้นของฉัน สัมผัสความเย็นจากน้ำที่ดื่มเข้าไป ทำให้สติของฉันเข้าขับไล่ความมึงงงในหัวออกไป และฉันก็เดินกลับห้องไปเพื่อจะนอนต่อ "02:45": - "เธอ" ลืมตามองมาที่ฉันจากบนเตียงที่ฉันพึ่งลุกออกไปเมื่อครู่ก่อน
"00:41": - ฉันตื่นขึ้นมาในยามดึก พบว่าไฟในห้องนอนยังไม่ได้ปิด นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลา "00:41 a.m" และฉันก็รู้ตัวว่า ฉันฝันไปนั่นเอง ฉันพบกับเธออีกแล้วในความฝัน "00:45": - ฉันเดินออกจากห้องนอน ไปตามทางเดิน จนกระทั่งถึงตู้เย็น เพื่อไปหาน้ำเย็นมาดื่มเพื่อเรียกสติ จะได้นั่งคิดทบทวนกับสิ่งที่เกิดในความฝัน "00:48": - ฉันนั่งที่โต๊ะกินข้าวหน้าตู้เย็น พร้อมกับค่อยๆดื่มน้ำเย็นแก้วที่สองจนหมด ฉันจึ่งค่อยๆทบทวนความรู้สึกในความฝัน มันเสมือนเป็นเรื่องจริงมาก ฉันพบ"เธอ"อีกแล้ว และก็เป็นความฝันทุกครั้ง ฉันจำความฝันได้ดีเสมอ
"08:45" - เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ฉันสะดุ้งตื่น นี่ฉันยังฝันไม่จบเลย เสียงโทรศัพท์ดัง ตามให้ฉันไปประชุมนี่เอง............ และแล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่า "วันนี้มีประชุม และฉันดันลืมตั้งนาฬิกาปลุกไว้" "08:47": - แปรงฟัน และนึกถึงความฝัน แต่คิดได้แค่ครู่เดียวก็หยุดคิดถึงมัน เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคิดต้องไปให้ถึงธนาคารให้ทัน 9 โมง 15 นาที!!!!
แค่จะนึกถึง"เธอ" ยังทำไม่ได้เลย... โลกนี้มันโหดร้ายยิ่งกว่าฝันจริงๆ 1月4日 ดังนรกชัง หรือสวรรค์แกล้งสองอาทิตย์ที่ผ่านมา
ผมได้มีโอกาสเดินทางหลายพันกิโลเมตร
เดินทางจากเมืองหนึ่ง ถึงอีกเมืองหนึ่ง ไปเมืองหนึ่ง กลับเมืองหนึ่ง
ผมไปมาเก๊า ไทปา ฮ่องกง นครปฐม ปทุมธานี ระยอง กรุงเทพ ในชั่วเวลา 10 วัน
ในเวลานั้นเอง
ผมเดินเท้า ผมนั่งเครื่องบิน นั่งเรือ นั่งรถเมล์ นั่งtaxi ขับรถส่วนตัว นั่งมอร์เตอร์ไซค์ นั่งรถไฟฟ้าบนดิน นั่งรถไฟใต้ดิน
ผมกินเหล้า ตั้งแต่เหล้าไทยถูกมาก ระดับแสงโสม เหล้าฝรั่งถูกมากยี่ห้อฮันเดรด
เหล้าฝรั่งวิสกี้ตระกูล JW ทั้งหมด ยกเว้น Red Label (Black Green Gold Blue) เหล้าเบอร์เบิ้น ยี่ห้อ แจ๊คแดเนี่ยล
ไวน์ทั้งโลกเก่าโลกใหม่ ไวน์สัญชาติ ออสเตรเลียน ฝรั่งเศษ สเปน โปรตุเกส ไท่ย และฝรั่งเศษ
ผมทำงานหลายๆ ช่วงเวลาทั้งในวันปกติ และวันหยุด
ทำตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าบ้าง เก้าโมงเช้าบ้าง ไปยันเที่ยงคืนบ้าง ตีสามบ้าง
กินตั้งแต่อาหารสามัญ ยันอาหารทะเล และอาหารป่า
กินวัตถุดิบเนื้อสัตว์ทั้งหมด ตั้งแต่ หมู วัว ไก่ ปลาน้ำจืด ปลาทะเล เก้ง หมูป่า กุ้ง กั้ง ปู หอยนางรม หอยลาย หอยแคลง หอยแมงภู่
กินอาหารหลากหลายชาติ ไทย อังกฤษ อิตาลี ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน มาเก๊า ฝรั่งเศษ
สิบวันที่ผ่านมานี้ ผมถ่ายรูปไป 1100 รูป เพียงเพื่อให้รู้ว่า ผมเคยเห็นในสิ่งที่ผมถ่าย
ผมทำทุกอย่าง ยกเว้นการบันทึกสิ่งที่ผมทำทั้งหมดลงไดอารี่อย่างละเอียด
------------------------
เมื่อลองบันทึกความจำแบบคร่าวๆ แล้วผมตกใจ
นี่ผมใช้แรงกาย แรงใจ แรงเงิน ทำอะไรทั้งหลายเหล่านี้ในเวลาสั้นๆ แค่นี้เองหรือ
เหนื่อยนะเนี่ย... มิน่า วันนี้ผมนอนทั้งวันเลย 9月25日 เสียงเล็กๆ เสียงแผ่วๆ เสียงกระซิบ เสียงไม่สำคัญฟ้าหม่น คนยืนเงียบ เป็นฉากหลัง... อันมีตึกรามบ้านช่อง และอากาศขมุกขมัวเป็นบรรยากาศ
ลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลามเลียใบหน้าของเขา...
เบื้องหน้า ของภาพที่ปรากฎ ... คือ... เขายืนอยู่คนเดียว
สภาพของเขา แสดงความอิดโรยของร่างกาย
ใบหน้าแสดงความครุ่นคิดและความอึดอัดที่อัดอั้นอยู่ในใจ
-----------------------------------------------------------------------------------
ไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันใดก็ฉันนั้น มันช่างกระทันหันเสียจริงๆ
ในโรงหนัง SFW กับหนังเรื่อง you, the living
บ่งบอกว่า ชีวิตมันต้องเป็นไปตอบสนองกับสิ่งที่เราทำ
เขาเดินออกจากโรงหนังกลางคัน ด้วยสภาพที่หดหู่
ความคาดหวัง ความเชื่อ ความใดๆก็ตาม
ล้วนสลายกลายเป็นสิ่งที่กลวงเปล่า
ชีวิตมันถูกกำหนดด้วยการกระทำอยู่แล้วนี่นา... อัดอั้นไปใย...
------------------------------------------------------------------------------------
ก่อนวันที่สัญญาหมด และภาพลวงตาที่ว่า โปรเจคเหมือนกับว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก .... กำลังอยู่ใน critical path
เธอขอขึ้นเงินเดือน เพียงเพื่อตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต -- เธอถูกปฎิเสธ
เสียงของลูกจ้างจะเบา เมื่อไม่มีตัวแปรที่ทำให้รับรู้ถึงความสำคัญ
วันที่สัญญาหมด และความจริงปรากฎ ว่า คนไม่พอ คนใหม่ ต้องใช้เวลาเรียนรู้งาน ... learning curve คือ cost
อยากจะให้เธออยู่ต่อ จ่ายเงินมากกว่าที่เคยขอก็ยอม -- เธอไม่เอา
เสียงที่ดังกึกก้องของปัญหาทั้งหลาย ดังพอที่จะทำให้คุณค่าของเธอกระจ่าง
--------------------------------------------------------------------------------------
ฟ้ามืดแล้ว
เขาคนนั้นขึ้นรถ บ่ายหัวรถไปตามเส้นทางพลุกพล่านของการจราจรกทม. ยามค่ำ
แสงเป็นเส้นสีแสดสว่างเป็นทางทิว นำทางให้ผิวจราจรที่ว่างเปล่าเป็นสีส้ม
เส้นทางมิได้ถูกกำหนดจากความคิดและจุดหมายผู้กุมพวงมาลัย
แต่มาจากเส้นแสงที่ตัดผิวถนนด้านที่น้อยที่สุด
จากพระราม 1 ไปพระราม 4 สุขุมวิท รามคำแหง พัฒนาการ คลองตัน เพชรบุรีตัดใหม่ รัชดาภิเษก วิภาวดี เทศบาลสงเคราะห์ 1
ปลายทางยังคงเป็นที่เดิมเหมือนทุกเมื่อเชื่อวัน แต่เส้นทางเปลี่ยนตามแสงไฟ
จำนวนที่มากกว่าปกติของระยะทางที่น้ำมันถูกเผาผลาญเป็นจำนวน 37 กิโลเมตร
แต่ท้ายที่สุด ไม่ว่าระหว่างทางเป็นยังไง แต่ปลายทางก็ยังคงเป็นอย่างเดิม
ชีวิตมันก็เป็นผลสืบเนื่องจากสิ่งที่ได้กระทำ 9月9日 ฝนที่ตกทางนี้ หนาวถึงไหนกันเพราะวันนี้ฝนตก ... ห่า...ใหญ่
ลมแรง พัดกระหน่ำ กรรโชก หวีดหวิว อารมณ์ใดๆก็ตาม แต่ว่ามันเป็น "ฝนตกห่าใหญ่"
น้ำท่วมที่ต่ำหลายๆที่ รถติดกระจุย กระจาย
เดินทางสั้นๆ ก็ใช้เวลาเนิ่นนาน
เปิดหน้าต่างรับลม มันหนาว....
อยากรู้จังว่าฝนตกที่นี่ มันหนาวถึงไหนกันบ้าง.......... 7月6日 อาลัย..HOW CAN I FEEL YOU
To me, there’s no more to keep running
I tried to get there you can see
Walls are too high and doors I can't find
Why do these happen to me
All of my hearts have been broken
All of my days have been filed All of my life I'm feelin' so blind To see all those days back alive * How can I feel you where can I turn to one beg before I hit the ground give your love back to me now
The way of your smile like you're hidin' something down deep in your heart more than your words and it's more than my way do all these break us apart For me there's no way to keep hoping of having someone just likes you Isn’t it true that I'm losing you this love of mine why so untrue Give your love back to me now ก title : how can I feel you
เสียศูนย์ยามต้องสูญเสีย
แม้นกระนั้น ก็ไม่อาจกระเหี้ยนกระหือรือ เตรียมตัวเตรียมใจให้มันไม่หนักกบาลได้ เธอจะจากไปไกล เป็นเวลานาน
วันวาน วันก่อน วันไหนๆ ก็สามารถรู้สึกถึงเธอได้... แต่วันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือว่าวันใด จะยังรู้สึกถึงเธอได้เหมือนเดิมไหม
มันช่างยากเย็นเหลือเกิน กับการคาดเดาในสิ่งที่ไม่รู้ มีเพียงแต่ความเชื่อส่วนตัวว่า เธอจะเป็นคนเดิม...
---------อาดูร----------- |
|||||||||||||
|
|